ความผิดพลาดในการเลือกเสื้อผ้าเด็กทารก

หากเอ่ยถึงสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็กทารก คุณพ่อคุณแม่แทบทุกคนคงจะนึกถึงเสื้อผ้าเด็กทารกอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าเสื้อผ้าเด็กคือสิ่งสำคัญในการใช้นุ่งห่ม ทำให้ร่างกายของเด็กได้รับความอบอุ่น และเกิดภูมิต้านทานที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ดีสำหรับใครที่อยากให้ลูกของคุณนั้นได้รับเสื้อผ้าเด็กที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ควรศึกษาก่อนว่าความผิดพลาดในการเลือกเสื้อผ้าเด็กนั้นมีสิ่งใดบ้าง  1.เลือกเสื้อผ้าเด็กทารกที่มียี่ห้อ  สำหรับข้อผิดพลาดข้อแรกที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนซื้อเสื้อผ้าให้ลูกแบบผิดๆ ก็คือการเลือกเสื้อผ้าเด็กที่มียี่ห้อแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้ว การเลือกเสื้อผ้าเด็ก สามารถเลือกได้ทั้งแบบที่มียี่ห้อและไม่มียี่ห้อได้ เน้นว่าเนื้อผ้าจะต้องมีคุณภาพ โดยหลักเกณฑ์ที่บ่งบอกว่าเนื้อผ้ามีคุณภาพหรือไม่นั้น ให้เลือกโดยใช้เกณฑ์ของการสัมผัส หากสัมผัสไปแล้วพบว่าเนื้อผ้าเป็นขนหรือเป็นเม็ด มีความกระด้างมือ ก็อาจจะต้องหลีกเลี่ยงและเลือกยี่ห้ออื่นแทน   2.ให้ลูกใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่น  คุณพ่อคุณแม่บางคน ก็มักมองเห็นลูกเป็นตุ๊กตา ที่ตนเองจะทำอย่างไรก็ได้ ทั้งที่ความจริงแล้ว การที่ให้ลูกใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่นนั้นมีแต่จะทำให้ลูกน้อยรำคาญเสียมากกว่า เพราะว่าการใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่น บางทีวัสดุอาจจะไม่มีคุณภาพอย่างที่คิด บ่อยครั้งที่ทำให้เกิดปัญหาหลายต่อหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการที่ลูกของคุณเกิดความอึดอัด ไม่สบายตัว หรือบางกรณีอาจจะเกิดปัญหาในแง่ที่ว่าลูกน้อยร้องไห้โยเยเลยทีเดียว  3.เลือกที่ความสวยงามแค่เพียงอย่างเดียว  อีกหนึ่งข้อที่ถือว่าเป็นความผิดพลาดมากที่สุดก็คือการเลือกเสื้อผ้าที่มีความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว การเลือกเสื้อผ้าที่มีความสวยงาม อาจจะทำให้การใช้งานไม่สะดวกสบายนั่นเอง เมื่อการใช้งานไม่สะดวกสบาย จึงไม่รองรับเวลาจะเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือจะให้ลูกอาบน้ำ เนื่องจากว่าถอดเสื้อผ้าออกยาก หากจะให้ดี ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีข้อดีได้แก่การที่มีกระดุมแปะบริเวณเป้ากางเกง ซึ่งจะช่วยให้การเปลี่ยนผ้าอ้อมนั้นเป็นเรื่องง่ายขึ้น นอกจากนี้การเลือกเสื้อผ้าเด็กทารกที่เหมาะสมที่สุดจะต้องไม่เลือกสีสดหรือจัดจ้านจนเกินไป เพราะยิ่งจัดจ้านมากขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้ลูกน้อยได้รับสารเคมีที่แฝงในเนื้อผ้ามากขึ้นเท่านั้นเลยก็ว่าได้ จะดีกว่าหรือไม่หากว่าเราจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย   หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ขอแนะนำว่าให้เลือกเสื้อผ้าสำหรับเด็กที่เหมาะสมกับการเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกน้อย และเนื้อผ้าเบาสบาย เท่านี้ก็จะทำให้ลูกของคุณมีเสื้อผ้าที่ดีสวมใส่แล้ว 

ป้ายไฟร้านอาหารส่งผลต่อพฤติกรรมในการเลือกซื้อของผู้บริโภค

สื่อโฆษณาได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้กลุ่มธุรกิจใกล้ชิดกลุ่มลูกค้ามากขึ้น และในปัจจุบันคนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่จะใช้ชีวิต และเวลาส่วนใหญ่อยู่นอกบ้าน เนื่องจากการจราจรในกรุงเทพค่อนข้างที่จะติดยาวนาน ดังนั้นแล้วสื่อป้ายไฟร้านอาหารริมทางเท้าจึงเป็นสื่อที่สามารถที่จะเข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีและสามารถที่จะสร้างการรับรู้และการจดจ าให้กับสินค้าและแบรนด์ต่างๆได้เป็นอย่างดี ความสำคัญของการโฆษณาป้ายไฟร้านอาหาร ความสำคัญของการโฆษณาป้ายไฟร้านอาหาร : เป็นวิธีการโฆษณา รูปแบบของการติดต่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก โดยมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ความสำคัญของการโฆษณาป้ายไฟร้านอาหาร : เพื่อสำหรับในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับตราสินคาและสัญลักษณ์ของร้านอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อร้านอาหารในการขายสินค้าและบริการเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นสิ่งที่ง่ายกว่าการสร้างความแตกต่างโดยอาศัยคุณสมบัติของอาหาร ความสำคัญของการโฆษณาป้ายไฟร้านอาหาร : การโฆษณาป้ายไฟร้านอาหารสามารถกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้าได้ดีกว่า เมื่อองค์ประกอบของส่วนผสมทางการตลาดอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ โดยสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้ นอกจากนี้ยังสามารถส่งผลถึงความสำเร็จของเครื่องมือสื่อสารการตลาดอื่นๆ ได้อีกด้วย ความสำคัญของการโฆษณาป้ายไฟร้านอาหาร : ป้ายไฟร้านอาหารเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารการแจ้งข้อมูล โดยจะต้องมีความแตกต่างไปจากคู่แข่งขัน และทำให้ผู้บริโภคได้รู้จักเกิดความสนใจ และตัดสินใจบริโภคในที่สุด ความสำคัญของการโฆษณาป้ายไฟร้านอาหาร : ช่วยให้ผู้คนรู้จักอย่างกว้างขวาง ทำให้มีการขายมากขึ้น ความต้องการด้านวัตถุดิบ แรงงาน วัสดุ อุปกรณ์ ต่าง ๆ มีมากตามไปด้วย ส่งผลให้มีการจ้างงาน รายได้มีมากขึ้น รับสมัครพนักงานเพิ่มมากขึ้น ความสำคัญของการโฆษณาป้ายไฟร้านอาหาร : เกิดการชักจูงที่ลดแนวโน้มให้ผู้บริโภคเปลี่ยนทางเลือกไปร้านอาหารอื่นๆ เป็นการเน้นให้เห็นให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกบริโภค ซึ่งถือเป็นเรื่องของสิ่งจูงใจทางจิตวิทยา โดยสามารถสรุปได้ว่าภาพลักษณ์และผลทางอารมณ์จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าโฆษณาป้ายไฟร้านอาหาร เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ […]

ในสภาะเศรษฐกิจแบบนี้ ควรจะใช้เงินอย่างไรไม่ให้มีปัญหาเรื่องการเงิน

ทุกคนย่อมเห็นสภาพบ้านเมือง และสภาพเศรษฐกิจของประเทศเราทุกวันนี้เป็นอย่างดี ว่ากำลังอยู่ในช่วงสถานการณ์แย่ขนาดไหน หลายๆ บริษัทมีการเลิกจ้างพนักงานเพราะว่าทนต่อพิษเศรษฐกิจไม่ไหว และยิ่งถ้าหากเราใช้ชีวิตประมาทด้วย ก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับชีวิตมากเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เราอยู่รอดได้ก็คือเรื่องของการจัดการเงิน เพราะฉะนั้นการฝึกนิสัยในเรื่องของการใช้จ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราควรจะทำให้เป็นนิสัยต้องแต่ตอนนี้เลย เพื่อที่จะได้มีเงินเหลือเก็บ และถ้าเกิดปัญหาอะไรมา คุณก็จะหาทางออกได้ไม่ยาก เพราะเงินที่เก็บเอาไว้นั้นมีสำรองให้คุณเหลือรอดได้ วิธีการจัดการด้านการเงิน 1. กำหนดแผนการใช้เงิน การใช้เงินโดยที่ไม่มีแบบแผน ไม่มีการคิดเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะใช้เงินอย่างไร จะเป็นสาเหตุที่เกิดการใช้เงินเกินตัว การใช้เงินลักษณะนี้ อย่าว่าแต่จะให้มีเงินเก็บเลย แม้แต่จะทำให้มีเงินใช้จนถึงสิ้นเดือนก็ยังยาก เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของคุณ การวางแผนในการใช้เงินในแต่ละวัน จะช่วยให้คุณรู้ว่าแต่ละครั้งใช้เงินไปในส่วนไหนบ้าง ที่เป็นการใช้ที่ไม่เกิดประโยชน์ และจะได้กำหนดค่าใช้จ่ายในเงินส่วนนั้นใหม่ 2. ทำแผนการใช้เงินให้เป็นระบบ เมื่อคุณต้องการอยากจะทำแผนการใช้เงินให้เป็นระบบระเบียบ ก็ต้องมีการกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน อย่างเช่นค่าใช้จ่ายในเดือนนี้มีอะไรบ้าง ก็ลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ เลย อย่างเช่นค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่างวดรถ ซึ่งเป็นเงินที่ต้องใช้จ่ายทุกเดือนอยู่แล้ว และอีกอย่างก็คือเรื่องของค่ากินค่าเที่ยว เมื่อได้รายละเอียดเช่นนี้ก็ลองมากำหนดดูอีกทีว่า มีค่าใช้จ่ายในส่วนไหนบ้างที่คุณสามารถลดได้ ก็ให้ลดลงไปให้ได้มากที่สุด 3. ไม่ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน อย่างเช่นบางคนนิยมของใหม่ ของแบรนด์เนม เช่น โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ รถยนต์รุ่นใหม่ เสื้อผ้าใหม่ ของเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก เพราะบางครั้งของเก่าที่คุณมีมันก็ยังใช้ได้อยู่ […]

สิ่งที่คุณควรตอบให้ได้ เผื่อต้องเจอกับสถานการณ์ตกงาน

ในชีวิตการทำงาน เราไม่อาจจะรู้อนาคตได้เลยว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง อย่างเช่นในสถานการณ์ตกงานที่เป็นเหมือนฝันร้ายกับทุกคนในวัยทำงาน และไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้นแน่นอน เพราะมันหมายถึงความลำบากในชีวิต ยิ่งในสภาวะปัญหาเศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้วางแผนการเงินเอาไว้ล่วงหน้า และใช้ชีวิตอย่างประมาท หากเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ก็ยากที่จะเอาตัวรอดได้ เพราะกว่าจะหางานใหม่ได้อีกครั้ง เราไม่รู้เลยว่าจะนานแค่ไหน ยิ่งคนที่มีอายุมากขึ้น เปอร์เซ็นต์ที่จะหางานได้ก็ยากขึ้นไปด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวรับมือเอาไว้เท่านั้น ที่จะช่วยให้ชีวิตของเรารอดจากสถานการณ์เช่นนี้ได้ การเตรียมตัวรับกับภาวะตกงาน ต้องเตรียมตัวยังไง 1. คุณมีการวางแผนเงินออมหรือยัง เงินออมจะเป็นเหมือนที่หลบภัยฉุกเฉินเมื่อเราต้องเจอกับสถานการณ์เช่นนั้น เพราะว่าการตกงานก็หมายความว่าจะไม่มีงานให้คุณทำระยะหนึ่ง จนกว่าจะหางานได้ใหม่ การจะเอาตัวเราจากปัญหานี้ได้ ก็คือคุณต้องเอาเงินเก็บจากส่วนที่ทำงานไว้ก่อนหน้านั้นแหละมาเป็นตัวพยุงคุณให้รอด และคุณสำรวจดูหรือยังว่าคุณมีเงินออกที่จะใช้จ่ายในส่วนนี้แล้วหรือยัง มีมากน้อยแค่ไหน จะเพียงพอหรือไม่ หากคุณยังไม่มี ก็ควรจะเริ่มเตรียมตัววางแผนการออมเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย ยิ่งเตรียมพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าได้นานเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้ชีวิตของคุณไม่ต้องเสี่ยง และไม่ต้องลำบากมากเท่านั้น เพราะเรื่องเหล่านี้รอไม่ได้ เนื่องจากเราไม่อาจรู้อนาคตวันข้างหน้าของเราได้เช่นกัน เตรียมพร้อมเอาไว้ปลอดภัยกว่า 2. ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่จึงจะเพียงพอ บางคนพอเริ่มต้นทำงาน ก็เริ่มซื้อของต่างๆ มากขั้นทันที จากที่ไม่เคยมีก็มีหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ซึ่งล้วนแต่เป็นภาระหนักๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นหากคุณมีภาระหนักแบบนี้ คุณเตรียมความพร้อมเอาไว้หรือยังว่าต้องใช้เงินเยอะเท่าไหร่จึงจะประคองตัวเองให้รอดได้ ลองคำนวนค่าใช้จ่ายเรื่องเหล่านี้ในแต่ละเดือนของคุณออกมาดู ว่าเบ็ดเสร็จแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ เพื่อที่คุณจะได้วางแผนเอาไว้ได้ถูก 3. จะหารายได้เพิ่มจากที่ไหนได้บ้าง ในสถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้ […]

Amminterior รับ รีโนเวทบ้าน ตอบทุกคำถามที่คนอยากรีโนเวทบ้านต้องรู้

การรีโนเวทบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้งบประมาณมากพอสมควรและบริษัทรับรีโนเวทบ้านจะต้องเชื่อถือได้ จึงจะมั่นใจได้ว่าบ้านที่ได้รับจะสวยคุ้มสมกับราคาที่จ่ายไป ดังนั้นคนที่รีโนเวทบ้านจึงอาจจะมีคำถามด้วยกันอยู่หลายข้อ วันนี้เราทางเราจึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยๆมาฝากกัน คำถามที่พบได้บ่อยของการรับรีโนเวทบ้าน บริษัทรับรีโนเวทบ้านของเราเปิดให้บริการมานาน หลายครั้งมีลูกค้าเข้ามาขอคำปรึกษาและสอบถามถึงข้อสงสัยต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อการรีโนเวทบ้าน โดยคำถามที่พบได้บ่อยที่สุด มีดังต่อไปนี้ ต้องการรีโนเวทบ้าน เริ่มต้นอย่างไรดี เริ่มต้นที่การตั้งคำถามกับตัวเองว่า การรีโนเวทบ้านครั้งนี้ทำเพื่อจุดประสงค์ใด ต้องการปรับปรุงบ้านทั้งหลัง ปรับเปลี่ยนแค่บางส่วนหรือแค่ซ่อมแซมเท่านั้น เมื่อตอบคำถามตรงนี้ก็จะช่วยให้ขอบเขตการรีโนเวทบ้านนั้นชัดเจนมากขึ้น ช่วยให้วางแผนการทำงานและกำหนดงบประมาณได้สะดวกขึ้น ซึ่งเมื่อได้จุดประสงค์ แผนงานและงบประมาณคร่าวๆแล้ว การรีโนเวทบ้านก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หาบริษัทรับเหมาอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวทิ้งงาน ปัญหาช่างทิ้งงานเป็นปัญหาอันดับต้นๆที่หลายคนกลัว เพราะถ้าหากเจอช่างไม่ดี อาจเจอตั้งแต่ปัญหาทั่วไปอย่างงานไม่เรียบร้อย ล่าช้า เสร็จไม่ทันตามกำหนดไปจนถึงโดนโกงค่าวัสดุหรือทิ้งงานไปเลยก็ได้ ดังนั้นการเลือกผู้ให้บริการรีโนเวทบ้านจึงเป็นอีกขั้นตอนที่ต้องใส่ใจมาก การเลือกบริษัทสามารถพิจารณาเบื้องต้นจากปัจจัยง่ายๆ เช่น ความน่าเชื่อถือของบริษัท ผลงานที่ผ่านมา ผลตอบรับจากลูกค้า ปัญหาและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น บริการหลังการขาย ประกัน ค่าใช้จ่าย เป็นต้น งบประมาณจำกัด รีโนเวทบ้านได้หรือไม่ การรีโนเวทบ้านสามารถทำได้ภายใต้งบประมาณที่กำหนดไว้ โดยทางลูกค้าควรเข้าไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของบริษัทรับรีโนเวทบ้าน จะได้จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสมและวางแผนการทำงานอย่างรัดกุมเพื่อให้ค่าใช้จ่ายยังอยู่ในงบที่กำหนด แต่ถ้าหากงบจำกัดมากจริงๆจะทยอยทำแค่ทีละส่วนหรือเลือกทำเฉพาะส่วนที่สำคัญก่อนก็ได้เช่นเดียวกัน ควรมีประกันหรือไม่ แม้แต่สินค้าชิ้นเล็กราคาไม่แพงก็ยังมีประกัน ดังนั้นการรีโนเวทบ้านก็ต้องมีประกันเช่นเดียวกัน เพราะบ้านเป็นสิ่งที่ต้องใช้พักอาศัยเป็นเวลานาน ค่าใช้จ่ายก็สูงไม่น้อย เพราะฉะนั้นวัสดุที่ใช้ก่อสร้างก็ควรจะต้องคุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนานสมกับราคาที่ต้องจ่ายไป แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่างานรีโนเวทนี้มีคุณภาพจริง? […]

วิธีทาสีบ้านเองง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก เหมือนได้บ้านใหม่

บ้านของเรานั้นเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะไม่เคยที่จะคิดถึงการทาสีผนังใหม่ ซึ่งบางทีนั้นหลาย ๆ บ้านนั้นอาจจะมีผนังที่มีรอย และ มีเชื้อรา จนอาจจะทำให้ผนังของเรานั้นไม่ได้มีสภาพดีเหมือนก่อน เเต่ว่าการที่เราจะไปจ้างช่างมาเพื่อทาสีก็ดูจะเสียงบประมาณเกินไป ดังนั้นในบทความนี้สำหรับใครที่ต้องการจะทาสีบ้านใหม่ เรามีวิธีเเนะนำในการทาสีบ้านให้สวยงาม เหมือนได้บ้านใหม่ มาฝากกับทุกคนนะครับ
ขัดสีเก่า เตรียมพื้นผิวให้พร้อม
อย่างเเรกเลยนั้นคือในเรื่องของ “การเตรียมพื้นผิว” นั้นสำคัญอย่างมากนะครับ เพราะว่าการเตรียมพื้นผิวที่ดี นั้นจะช่วยให้สีที่เราทาออกมานั้น มีคุณภาพ มีสีที่เรียบไปในทิศทางเดียวกัน โดยเราจะต้องขัดพื้นผวของเราให้เรียบเนียน มีเชื้อราให้กำจัดเชื้ออกให้หมอ และ ใช้น้ำยายับยั้งเชื้อราด้วยนะครับ ถ้าหากว่ามีรอยร้าว หรือ รอยแตกก็ให้เราอุดให้เรียบร้อยนะครับเพื่อที่พื้นผิวจะได้เรียบเนียน ในตอนที่เราลงทีทับหน้านะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าพื้นผวยังมีรอยอยู่ก็อาจจะทำให้ตอนลงพื้นผิวจริงเกิดรอบยขึ้นได้นะครับผม

อยู่บ้านในช่วงกักตัว จะทำอะไรเพิ่มดี

ตั้งแต่มีวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 เกิดขึ้นบนโลก ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการทำงานของทุกคนล้วนเปลี่ยนไปจากเดิมทั้งสิ้น จากที่คิดว่าไม่เคยจะต้องมาทำงานที่บ้าน ก็กลายเป็นว่ามาทำงานที่บ้านแทน และบางกิจการก็ปิดไปชั่วคราวเลยก็มี เมื่อเปลี่ยนให้พนักงานมาทำงานที่บ้านได้ หลายๆ คนก็ดูเหมือนจะมีเวลาในชีวิตเพิ่มมากขึ้น เพราะงานจะทำตอนไหนก็ได้ และถ้าจะปล่อยให้เวลาว่างเหล่านั้นให้หมดไปเฉยๆ ก็เป็นการใช้เวลาไม่ให้เกิดประโยชน์ แล้วเราจะทำอะไรเพิ่มดีในช่วงเวลาว่างเหล่านี้ และเราก็ได้รวบรวมไอเดียที่จะทำให้คุณได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดมาฝากกัน มาดูว่ามีอะไรบ้าง สิ่งที่ควรทำในเวลาว่าง เมื่อคุณอยู่ที่บ้าน 1. หาความรู้ในสิ่งที่เรายังไม่ชำนาญ เวลาว่างในช่วงที่อยู่บ้านนี่แหละ จะเป็นเหมือนกับช่วงเวลาเงินเวลาทองที่จะทำให้คุณทำอะไรได้หลายอย่าง ฉะนั้นองสำรวจตัวเราเองดูว่ายังมีอะไรที่ขาดในชีวิตอยู่บ้าง ที่เรายังไม่ชำนาญ ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับการทำงานที่ทำอยู่ปัจจุบัน แล้วต้องการอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้น ก็ควรจะใช้เวลาในส่วนนี้แหละในการหาความรู้เพิ่มเติม 2. เรียนภาษาเพิ่ม สมัยนี้การรู้เพียงแค่ภาษาเดียวอาจจะไม่เพียงพอกับการทำงาน ฉะนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาที่สาม หรือภาษาที่สี่ จะเป็นการสร้างความได้เปรียบให้คุณได้เปรียบหลายๆ คนอีกบ้าง อีกทั้งงยังมีโอกาสที่จะเลือกงานที่ให้ค่าตอบแทนกับคุณได้ด้วย เช่น การได้ไปทำงานยังต่างประเทศ ฉะนั้นเวลาในว่างที่อยู่บ้านนี่แหละ ที่คุณสามารถเอามาใช้เป็นช่วงเรียนภาษาเพิ่ม เพราะปัจจุบันเราก็เรียนออนไลน์ได้หมดแล้วด้วย 3. ฝึกทำอาหารทานเอง การออกนอกบ้านในช่วงนี้อาจจะไม่เป็นผลดีเท่าไหร่ เพราะว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ ฉะนั้นหากคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย อาจจะลองใช้เวลาว่างในการฝึกทำอาหารทานเองดู นอกจากจะได้ดคุณภาพของอาหารที่ดีกว่าแล้ว การทำอาหารทานเอง ยังช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยทีเดียว เพราะทำครั้งหนึ่งก็กินได้หลายมื้อ หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำยังไง ก็มีตัวอย่างให้ดูในอินเตอร์เน็ตมากมาย 4. ออกกำลังกาย เวลาที่อยู่บ้านคนส่วนใหญ่ก็มักจะพักผ่อน หรือเสพสื่อบันเทิงอย่างเดียว […]